|
|
|
Search This Blog
Saturday, December 23, 2023
กฎแห่งกรรม ในพระพุทธศาสนา (เล่มปลาย) #book #books
เอกสารประกอบคำสอน วิชาประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา History of Buddhism #book #books
|
|
|
คำบอกศักราชเทศนา ประจำเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ พร้อมทั้งคู่มือสำหรับเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ด้วยตนเอง #books
|
|
|
คำบูชาขอพร เอตทัคคะฝ่ายพระภิกษุณี ๑๓ ท่าน #book #books
|
|
|
📚 สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์ทองใบ? คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ eBook ได้ทันทีผ่านลิงก์ หนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ทองใบ เรียบเรียงโดย พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร อ่านง่าย ได้สาระ ค้นคว้าอ้างอิงได้ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป
--------------------------------
#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ #Ebookไทย #หนังสือดีบอกต่อ #หนังสือออนไลน์ #MebMarket #อ่านหนังสือ #รักการอ่าน #พัฒนาตนเอง #ความรู้รอบตัว #พระพุทธศาสนา #ประวัติศาสตร์
#เศรษฐศาสตร์ #หนังสือวิชาการ #หนังสือสารคดี
#Ebookน่าอ่าน #หนังสือขายดี #หนังสือแนะนำ
#BookLover #ThaiEbook #KnowledgeIsPower
Friday, September 9, 2022
แปลสวดแจง -พระสังคิณี- แปลโดยอรรถและโดยยกศัพท์
แปลสวดแจง -พระสังคิณี- แปลโดยอรรถและโดยยกศัพท์
======================
แปลโดยอรรถ
ธรรมเป็นกุศล
อกุสลา
ธัมมา
ธรรมเป็นอกุศล
อัพยากตา
ธัมมา
ธรรมเป็นอัพยากฤต
กะตะเม
ธัมมา กุสะลา
ธรรมที่เป็นกุศลเป็นไฉน
ยัสมิง
สะมะเย กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง
ในสมัยใด
จิตที่เป็นกุศล อันนำสัตว์ไปให้เกิดในกามภพ
อุปปันนัง
โหติ
เป็นจิตอันเกิดขึ้นแล้ว
โสมะนัสสะสะหะคะตัง
เป็นไปพร้อมกับจิตที่เป็นความสุขใจ
ญาณสัมปะยุตตัง
ประกอบด้วยญาณ
รูปารัมมะณัง
วา
มีรูปเป็นอารมณ์บ้าง
สัททารัมมะณัง วา
มีเสียงเป็นอาราณ์บ้าง
คันธารัมมะณัง
วา
มีกลิ่นเป็นอารมณ์บ้าง
รสารัมมะณัง
วา
มีรสเป็นอารมณ์บ้าง
โผฏฐัพพารัมมะณัง
วา
มีโผฏฐัพพะเป็นอารมณ์บ้าง
ธัมมารัมมะณัง
วา
มีธรรมเป็นอารมณ์บ้าง
ยัง
ยัง วา ปะนารัพภะ
ก็หรือว่า
ปรารภอารมณ์ใดๆ บังเกิดขึ้น
ตัสมิง
สะมะเย ผัสโส โหติ
ในสมัยนั้น
ผัสสะ ย่อมเกิดขึ้น
เย
วา ปะนะ ตัสมิง สะมะเย
ก็หรือว่า
ธรรมทั้งหลายเหล่าใด ก็ย่อมบังเกิดขึ้น ในสมัยนั้น
อัญเญปิ
อัตถิ ปะฏิจจะสะมุปปันนา
ธรรมทั้งหลายแม้เหล่าอื่นนั้น เป็นธรรมอันอาศัยกันและกันเกิดขึ้น
อะรูปิโน
ธัมมา
เป็นแต่นามธรรม
ไม่มีรูป
อิเม
ธัมมา กุสะลา
ธรรมทั้งหลายเหล่านี้
ชื่อว่าเป็นกุศล
=================
แปลโดยยกศัพท์
=================
กุสะลา ธัมมา
ธัมมา อันว่าธรรมทั้งหลาย กุสะลา เป็นกุศล
สันติ มีอยู่
อะกุสะลา ธัมมา
ธัมมา อันว่าธรรมทั้งหลาย อะกุสะลา เป็นอกุศล
สันติ มีอยู่
อัพยากะตา ธัมมา
ธัมมา อันว่าธรรมทั้งหลาย อัพยากตา เป็นอัพยากฤต
สันติ มีอยู่
กะตะเม ธัมมา กุสะลา
กุสะลา ธัมมา อันว่าธรรมอันเป็นกุศล กะตะเม เป็นไฉน
โหนติ ย่อมเป็น
ยัสมิง สะมะเย กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง
ยัสมิง สะมะเย ในสมัยใด จิตตัง อันว่าจิต กุสะลัง
อันเป็นกุศล กามาวะจะรัง อันนำสัตว์ให้เกิดในกามภพ
อุปปันนัง โหติ
อุปปันนัง เป็นจิตอันเกิดขึ้นแล้ว โหติ
ย่อมเป็น
โสมะนัสสะสะหะคะตัง
เป็นจิตอันไปพร้อมกับจิตที่เป็นความสุขใจ
ญาณสัมปะยุตตัง
เป็นจิตประกอบด้วยญาณ
รูปารัมมะณัง วา
เป็นจิตมีรูปเป็นอารมณ์หรือ
สัททารัมมะณัง วา
หรือเป็นจิตมีเสียงเป็นอาราณ์
คันธารัมมะณัง วา
เป็นจิตมีกลิ่นเป็นอารมณ์หรือ
รสารัมมะณัง วา
หรือว่าเป็นจิตมีรสเป็นอารมณ์
โผฏฐัพพารัมมะณัง วา
เป็นจิตมีโผฏฐัพพะเป็นอารมณ์หรือ
ธัมมารัมมะณัง วา
หรือว่าเป็นจิตมีธรรมเป็นอารมณ์
ยัง ยัง วา ปะนารัพภะ
วา ปะนะ ก็หรือว่า จิตตัง อันว่าจิต ยัง ยัง อารัมมะณัง อารัพภะ
อุปปันนัง เป็นจิต ปรารภ ซึ่งอารมณ์ใดๆเกิดขึ้นแล้ว โหติ ย่อมเป็น
ตัสมิง สะมะเย ผัสโส โหติ
ผัสโส อันว่าผัสสะ โหติ ย่อมมี สะมะเย ในสมัย
ตัสมิง นั้น
เย วา ปะนะ ตัสมิง สะมะเย
วา ปะนะ ก็หรือว่า เย ธัมมา อันว่าธรรมทั้งหลาย เหล่าใด อุปปันนา
เป็นธรรมอันเกิดขึ้นแล้ว ตัสมิง สะมะเย ในสมัยนั้น โหนติ ย่อมเป็น
อัญเญปิ อัตถิ ปะฏิจจะสะมุปปันนา
อัญเญปิ ธัมมา อันว่าธรรมทั้งหลายแม้เหล่าอื่น เต
เหล่านั้น ปะฏิจจะสะมุปปันนา เป็นธรรมอันอาศัยกันและกันเกิดขึ้น
สันติ มีอยู่
อะรูปิโน ธัมมา
ธัมมา เป็น(แต่)นามธรรม อะรูปิโน ไม่มีรูป
โหนติ ย่อมเป็น
อิเม ธัมมา กุสะลา
ธัมมา อันว่าธรรมทั้งหลาย อิเม เหล่านี้ กุสะลา เป็นกุศล โหนติ ย่อมเป็น.
แปล สวดแจง -พระสูตร - แปลทั้งโดยอรรถและโดยยกศัพท์
แปล สวดแจง พระสูตร แปลทั้งโดยอรรถและโดยยกศัพท์
================
แปลโดยอรรถ
เอวัมเม
สุตัง
อันข้าพเจ้า(หมายถึง
พระอานนท์) ได้สดับมาแล้ว อย่างนี้
เอกัง
สะมะยัง ภะคะวา
ในสมัยหนึ่ง
พระผู้มีพระภาคเจ้า
อันตะรา
จะ ราชคะหัง, อันตะรา
จะ นาลันทัง ,อทฺธานมัคคะปะฏิปันโน
เสด็จทางไกลระหว่างกรุงราชคฤห์กับเมืองนาลันทา
มะหะตา
ภิกขุสังเฆน, สัทธิง
ปัญจะมัตเตหิ ภิกขุสะเตหิ
พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่
ประมาณ 500 รูป
สุปปิโย
โข ปะริพพาชะโก
แม้ปริพพาชก
ชื่อสุปปิยะแล
อันตะรา
จะ ราชคะหัง,อันตะรา
จะ นาลันทัง,อัทธานะมัคคะปะฏิปันโน
ก็เดินทางไกลระหว่างกรุงราชชคฤห์กับเมืองนาลันทา
สัทธิง
อันเตวาสินา,พรหมะทัตเตนะ มาณเวนะ
พร้อมด้วยพรหมทัตมาณพผู้เป็นศิษย์
ตัตระ
สุทัง
ได้ยินว่า
ในระหว่างทางนั้น
สุปปิโย
ปะริพพาชะโก
สุปปิยปริพพาชก
อะเนกะปะริยาเยนะ
พุทธัสสะ อะวัณณัง ภาสะติ, ธัมมัสสะ อะวัณณัง ภาสะติ, สังฆัสสะ อวัณณัง ภาสะติ
กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า
กล่าวติเตียนพระธรรม กล่าวติเตียนพระสงฆ์ โดยอเนกปริยาย
สุปปิยัสสะ
ปะนะ ปะรืพพาชะกัสสะ อันเตวาสี, พรหมะทัตโต มาณะโณ
ส่วนว่า
พรหมทัตมานณพผู้เป็นศิษย์ของสุปปิยปริพพาชก
กล่าวชมพระพุทธเจ้า
กล่าวชมพระธรรม กล่าวชมพระสงฆ์ โดยอนกปริยาย
อิติหะ
เต อุโภ, อาจะริยันเตสี, อัญญะมัญญัสสะ อุชุนิปัจจะกะวาทา
อาจารย์กับศิษย์ทั้งสองนั้น มีถ้อยคำขัดแย้งกันโดยตรงฉะนี้
ภะคะวันตัง
ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต, อะนุพันธา โหนติ ภิกขุสังฆัสสะ
ได้เดินตามพระผู้มีพระภาคเจ้าและภิกษุสงฆ์ไปข้างหลังๆ
แปลโดยยกศัพท์
เอวัมเม
สุตัง
เม
อันข้าพเจ้า(หมายถึง พระอานนท์) สุตัง ได้ยินแล้ว เอวัง อย่างนี้
เอกัง
สะมะยัง ภะคะวา
สมยัง
สะมะยัง ในสมัยหนึ่ง ภะคะวา อันว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า
อันตะรา จะ ราชคะหัง, อันตะรา จะ นาลันทัง ,อทฺธานมัคคะปะฏิปันโน
เป็นผู้ดำเนินสู่หนทางอันไกล
ราชะคะหัง อันตะรา จ ในระหว่างแห่งกรุงราชคฤห์ด้วย นาลันทัง
อันตะรา จะ ในระหว่างแห่งเมืองนาลันทาด้วย โหติ ย่อมเป็น
มะหะตา
ภิกขุสังเฆน, สัทธิง ปัญจะมัตเตหิ ภิกขุสะเตหิ
สัทธิง
กับ ภิกขุสังฆน ด้วยหมู่แห่งภิกษุ มะหะตา อันใหญ่ ภิกขุสะเตหิ(ปรกอบด้วย)
ร้อยแห่งภิกษุทั้งหลาย ปัญจะมัตเตหิ อันมีประมาณ ห้า .
สุปปิโย
โข ปะริพพาชะโก
ปะริพพาชะโก
อันว่าปริพพาชก สุปปิโย ปิ แม้ชื่อว่าสุปปิยะ
อันตะรา
จะ ราชคะหัง,อันตะรา จะ นาลันทัง,อัทธานะมัคคะปะฏิปันโน
ราชะคะหัง อันตะราจะ นาลันทัง อันตะรา จะ อัทธานะมัคคะปะฏิปันโน
เป็นผู้ดำเนินไปสู่หนทางในระหว่างกรุงราชคฤห์ด้วย ในระหว่างเมืองนาลันทาด้วย โหติ
ย่อมเป็น
สัทธิง กับ มาณะเวณะ
ด้วยมาณพ(ชายหนุ่ม) พรัหมะทัตเตนะ ชื่อว่าพรหมทัต อันเตวาสินา ผู้เป็นศิษย์
ตัตระ
สุทัง
สุทัง
ได้ยินว่า ตัตระ อันตะระมัคเค ในระหว่างทนทางนั้น
สุปปิโย
ปะริพพาชะโก
ปะริพพาชะโก
อันว่าปริพพาชก สุปปิโย ชื่อว่าสุปปิยะ
อะเนกะปะริยาเยนะ
พุทธัสสะ อะวัณณัง ภาสะติ, ธัมมัสสะ อะวัณณัง ภาสะติ, สังฆัสสะ อวัณณัง ภาสะติ
ภาสะติ
ย่อมกล่าว อะวัณณัง (ซึ่งความไม่ดี) พุทธัสสะ ของพระพุทธเจ้า ,ภาสะติ ย่อมกล่าว
อะวัณณัง ซึ่งตวามไม่ดี ธัมมัสสะ ของพระธรรม ภาสติ ย่อมกล่าว อะวัณณัง
ซึ่งความไม่ดี สังฆัสสะ ของพระสงฆ์ อะเนกะปริยาเยะ โดยอเนกปริยาย
สุปปิยัสสะ
ปะนะ ปะรืพพาชะกัสสะ อันเตวาสี, พรหมะทัตโต มาณะโณ
ปะนะ
ส่วนว่า มาณะโว อันว่ามาณพ พรัหมะทัตโต ชื่อว่าพรหมทัต อันเตวาสี ผู้เป็นศิษย์
ปะริพพาชะกัสสะ ของปริพพาชก สุปปิยัสสะ ชื่อว่าสุปปิยะ
อะเนกะปะริยาเยนะ
พุทธัสสะ วัณณัง ภาสติ, ธัมมัสสะ วณณัง ภาสะติ, สังฆัสสะ วัณณํง ภาสะติ
ภาสะติ
ย่อมกล่าว วัณณัง ซึ่งความดี พุทธัสสะ ของพระพุทธเจ้า ภาสะติ ย่อมกล่าว วัณณัง
ซึ่งความดี ธัมมัสสะ ของพระธรรม ภาสะติ ย่อมกล่าว วัณณัง ซึ่งความดี สังฆัสสะ ของพระสงฆ์
อะเนกปะริยาเยนะ โดยอนกปริยาย
อิติหะ
เต อุโภ, อาจะริยันเตสี, อัญญะมัญญัสสะ อุชุนิปัจจะกะวาทา
อาจะริยันเตวาสี
(อาจะริยะ+
อันเตวาสี) อันว่าอาจารย์และศิษย์ทั้งหลาย อุโภ ทั้งสอง อัญญะมัญญัสสะ
อุชุนิปัจจะกะวาทา (อุชุ + นิปัจจะกะ + วาทา) เป็นผู้มีวาทะอันขัดแย้งกันโดยตรง
ของกันละกัน โหนติ ย่อมเป็น อิติหะ ด้วยประการฉะนี้แล.
ภะคะวันตัง
ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต, อะนุพันธา โหนติ ภิกขุสังฆัญจะ
อุโภ
อาจะริยันเตวาสี อันว่าอาจารย์และลูกศิษย์ ทั้งสอง อะนุพันธา เป็นผู้เดินตาม
ภะคะวันตัง จะ ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วย ภิกขุสังฆัง จะ ซึ่งหมู่แห่งภิกษุด้วย
ปิฏฺฐิโต ปิฏฐิโต ข้างหลังๆ. โหนติ ย่อมเป็น.

