คำนำ บทสวดแจงแปล
====================================
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
(โดย สำรวย นักการเรียน) ได้ให้คำอธิบาย สวดแจง ว่าดังนี้
คำว่า
แจง หมายถึง การนำความเป็นมาของการสังคายนาหรือการชำระสอบสวนจัดหมวดหมู่คำสอนในพระพุทธศาสนามาอธิบายขยายความ
ซึ่งการสังคายนาที่นำมาแจงหรืออธิบายนั้นจะเป็นการสังคายนา ครั้งที่ ในการ แจง นั้น มี (1) เทศน์แจง (2) สวดแจง
(1) เทศน์แจง คือ การที่พระสงฆ์ 3
รูปแสดงความเป็นมาของการสังคายนา ครั้งที่ 1 กล่าวคือ
สมมุติรูปหนึ่งเป็นพระมหากัสสปะ เป็นผู้ซักถาม สมมุติรูปหนึ่งเป็นพระอุบาลี
เป็นผู้ตอบในเรื่องของพระวินัยปิฎก และสมมุติอีกรูปหนึ่งเป็นพระอานนท์
เป็นผู้ตอบในเรื่องพระสุตตันตปิฎก แต่ต่อมาลดเหลือเพียง 1 รูปก็มี
(2) สวดแจง คือ การที่พระสงฆ์จำนวนอย่างน้อย
25
รูปสาธยายบทมาติกาพระวินัย บทมาติกาพระสูตร และบทมาติกาพระอภิธรรม
สังคายนา
ครั้งที่ 1
มีประวัติความเป็นมา คือ เมื่อพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานได้ ๗ วัน
พระมหากัสสปะทราบข่าว บรรดาภิกษุทั้งหลายในคณะของท่านร้องไห้เศร้าโศก แต่พระสุภัททะผู้บวชเมื่อแก่ได้ห้ามภิกษุเหล่านั้นมิให้เสียใจร้องไห้
เพราะต่อไปนี้จะทำอะไรได้ตามแล้ว ไม่ต้องมีใครคอยมาชี้แนะว่า นี่ผิด นี่ถูก นี่ควร
นี่ไม่ควร อีกต่อไป พระมหากัสสปะสลดใจในถ้อยคำของพระสุภัททะ
จึงนำเรื่องนี้เสนอที่ประชุมสงฆ์หลังปลงพระพุทธสรีระเสร็จแล้ว
และเสนอให้ทำสังคายนาร้อยกรองจัดระเบียบพระธรรมวินัย
ที่ประชุมสงฆ์ก็ได้ให้ความเห็นชอบให้จัดประชุมทำสังคายนาขึ้นที่กรุงราชคฤห์
หลังจากนั้นไป 3 เดือน
และมีมติคัดเลือกพระอรหันต์ผู้เข้าร่วมทำสังคายนาจำนวน 500 รูป
รวมทั้งพระอานนท์ผู้ทรงจำพระธรรมวินัยเป็นเลิศ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นพระโสดาบัน
การทำสังคายนา
ครั้งที่ 1 นี้ทำที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา
ข้างภูเขาเวภารบรรพต ใกล้กรุงราชคฤห์ มีพระมหากัสสปะเป็นประธานและเป็นผู้ซักถาม
พระอุบาลีเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางพระวินัย พระอานนท์ (บรรลุอรหัตผล
เป็นพระอรหันต์แล้ว) เป็นผู้ตอบข้อซักถามทางธรรม
มีพระเจ้าอชาตศัตรูทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ กระทำอยู่ 7 เดือน จึงสำเร็จ
สำหรับ “บทสวดแจง” ครอบคลุม 1.พระวินัย 2.พระสูตร
3.พระสังคิณี 4.พระวิภังค์ 5.พระธาตุกถา 6.พระปุคคลบัญญัติ 7.พระกถาวัตถุ 8.พระยมก
9.พระมหาปัฏฐาน ส่วนสำนวนการแปลมี 2 อย่าง คือ แปลโดยอรรถและแปลโดยยกศัพท์
ท.ธีรานันท์

No comments:
Post a Comment